ราคาและขอบเขต
ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไร และราคาต่างกันเพราะอะไร
คำตอบสั้นที่สุดคือ เว็บไซต์เริ่มได้ตั้งแต่หลักพัน แต่ราคาที่เหมาะต้องผูกกับเป้าหมายและขอบเขต ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนหน้า ตารางนี้ช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มคุยจากแพ็กเกจใด และข้อมูลอะไรทำให้ประเมินราคาได้แม่นขึ้น
ราคาเริ่มต้นของเว็บไซต์แต่ละระดับ
WeyDev แบ่งจุดเริ่มต้นเป็น 3 ระดับ เพื่อให้เลือกกรอบสนทนาได้ง่ายก่อนลงรายละเอียด แต่ละระดับครอบคลุมเป้าหมายและความซับซ้อนต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขไปเทียบกันโดยไม่ดูสิ่งที่ได้รับ
หากโจทย์อยู่ระหว่างสองระดับ ให้เริ่มจากเป้าหมายหลักก่อน เช่น ต้องการหน้าเดียวเพื่อปิดการขาย ต้องการเว็บไซต์อธิบายธุรกิจครบ หรือมี Workflow และข้อมูลที่ต้องพัฒนาเป็นระบบ
| จุดเริ่มต้น | ราคาเริ่มต้น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Launch | ฿1,500 | Sale Page หรือ Landing Page เป้าหมายเดียว |
| Business | ฿5,500 | เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจบริการที่ต้องอธิบายข้อมูลครบขึ้น |
| Custom | ฿15,000 | ระบบเฉพาะทาง Workflow ข้อมูล หรือการเชื่อมบริการภายนอก |
6 ปัจจัยที่ทำให้ราคาทำเว็บไซต์ต่างกัน
เว็บไซต์สองโครงการอาจมีจำนวนหน้าเท่ากันแต่ใช้เวลาต่างกันมาก เพราะงานจริงไม่ได้วัดจากหน้าเพียงอย่างเดียว ปัจจัยต่อไปนี้ช่วยอธิบายว่าทีมพัฒนาต้องออกแบบ ตัดสินใจ และทดสอบมากน้อยเพียงใด
- เป้าหมายของหน้า: ให้ข้อมูล รับ Lead ขายสินค้า หรือให้ผู้ใช้ทำงานในระบบ
- จำนวนรูปแบบหน้า: หน้าที่ใช้โครงเหมือนกันต่างจากหน้าที่ต้องออกแบบโครงสร้างใหม่ทุกหน้า
- ความพร้อมของเนื้อหา: ข้อความ รูป และลำดับข้อมูลที่พร้อมช่วยลดรอบตีความและแก้ไข
- ฟังก์ชันและข้อมูล: แบบฟอร์มธรรมดาต่างจากระบบสมาชิก สต็อก การคำนวณ หรือสิทธิ์ผู้ใช้
- การเชื่อมต่อ: Payment, CRM, API หรือระบบภายนอกต้องตรวจเอกสาร สิทธิ์ และกรณีผิดพลาด
- รอบตรวจและการส่งมอบ: จำนวนผู้อนุมัติ รอบแก้ไข เอกสาร และการอบรมมีผลต่อเวลารวม
ค่าใช้จ่ายที่ควรแยกออกจากค่าพัฒนา
การเห็นราคาพัฒนาอย่างเดียวอาจทำให้งบคลาดเคลื่อน ควรถามเสมอว่าบริการใดจ่ายครั้งเดียว บริการใดต่ออายุรายปี และบัญชีผู้ให้บริการจะอยู่ในชื่อใคร
- Domain หรือชื่อเว็บไซต์ที่ต่ออายุเป็นรายปี
- Hosting, Email Hosting หรือแพลตฟอร์มที่มีค่าบริการรายเดือนหรือรายปี
- รูปภาพ ฟอนต์ ปลั๊กอิน หรือ Template ที่มีสัญญาอนุญาตแบบเสียเงิน
- บริการส่งอีเมล แผนที่ ระบบชำระเงิน หรือ API ที่คิดตามการใช้งาน
- ค่าดูแล อัปเดตเนื้อหา สำรองข้อมูล หรือพัฒนาฟีเจอร์หลังหมดขอบเขตส่งมอบ
วิธีเทียบใบเสนอราคาโดยไม่ดูแค่ตัวเลขท้ายสุด
ใบเสนอราคาที่ถูกกว่าอาจไม่ได้รวมงานชุดเดียวกัน และใบเสนอราคาที่สูงกว่าก็ไม่ได้แปลว่าเหมาะกว่าเสมอ วิธีเทียบที่ยุติธรรมคือทำให้ทุกเจ้าตอบโจทย์และขอบเขตชุดเดียวกัน
- ระบุจำนวนหน้าและจำนวนรูปแบบหน้าที่ต้องออกแบบใหม่
- ตรวจว่าใครรับผิดชอบข้อความ รูปภาพ การย้ายข้อมูล และการตรวจคำผิด
- ถามจำนวนรอบแก้ไขและความหมายของหนึ่งรอบให้ชัด
- ตรวจว่า Responsive, SEO พื้นฐาน, Analytics, แบบฟอร์ม และการเปิดใช้งานรวมแล้วหรือไม่
- ถามสิทธิ์ใน source code บัญชี Domain และบริการภายนอกหลังชำระครบ
- แยกการรับประกันบั๊กออกจากการดูแลหรือเพิ่มฟีเจอร์ใหม่
เลือกแพ็กเกจจากงานที่ต้องให้เว็บไซต์ทำ
หากต้องการพาคนจากโฆษณาหรือโพสต์ไปทำสิ่งเดียว เช่น ทัก LINE หรือกรอกฟอร์ม หน้า Sale Page มักกระชับและคุ้มกว่าเว็บไซต์หลายส่วน
หากผู้เข้าชมต้องเรียนรู้บริษัท บริการ จุดต่าง ขั้นตอน และช่องทางติดต่อก่อนตัดสินใจ เว็บไซต์บริษัทจะรองรับข้อมูลและความน่าเชื่อถือได้ครบกว่า
หากผู้ใช้ต้องเข้าสู่ระบบ จัดการข้อมูล คำนวณ เชื่อม API หรือทำงานตามสิทธิ์ ควรประเมินเป็น Custom จาก Workflow จริง ไม่ควรบีบให้เข้าแพ็กเกจหน้าเว็บไซต์ทั่วไป
ข้อมูลสั้น ๆ ที่ช่วยให้ได้ราคาประเมินแม่นขึ้น
ไม่จำเป็นต้องเขียน Requirement ยาว เริ่มจากคำตอบที่ชัดในหัวข้อด้านล่างก็เพียงพอสำหรับการคัดกรองแนวทางและระบุคำถามที่ยังต้องตัดสินใจ
- เว็บไซต์ต้องช่วยให้ใครทำอะไรเป็นหลัก
- มีหน้า เนื้อหา หรือฟังก์ชันใดที่จำเป็นวันเปิดตัว
- มีข้อความ รูป โลโก้ และข้อมูลสินค้า/บริการพร้อมแค่ไหน
- ต้องเชื่อม LINE, Email, Payment, CRM หรือระบบใดบ้าง
- มีวันใช้งานจริง งบประมาณ และผู้อนุมัติกี่คน