เลือกประเภทเว็บไซต์
Sale Page ต่างจากเว็บไซต์บริษัทอย่างไร
Sale Page และเว็บไซต์บริษัทไม่ได้ต่างกันเพียงจำนวนหน้า แต่ต่างกันที่งานหลักที่ผู้ใช้ต้องทำ Sale Page ลดทางเลือกเพื่อพาไปสู่การกระทำเดียว ส่วนเว็บไซต์บริษัทช่วยให้คนสำรวจข้อมูลหลายด้านและสร้างความเข้าใจก่อนติดต่อ
ความต่างหลักคือเส้นทางตัดสินใจ ไม่ใช่แค่จำนวนหน้า
Sale Page ออกแบบให้ผู้เข้าชมไหลผ่านเรื่องเดียว ตั้งแต่ปัญหา ข้อเสนอ หลักฐาน ไปจนถึงปุ่มติดต่อ การตัดเมนูและข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกช่วยลดสิ่งรบกวนในแคมเปญ
เว็บไซต์บริษัททำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล ผู้เข้าชมแต่ละคนอาจต้องการรู้จักบริษัท ดูบริการ อ่านขั้นตอน ตรวจความน่าเชื่อถือ หรือกลับมาใช้อ้างอิงภายหลัง โครงสร้างจึงต้องรองรับเส้นทางมากกว่าหนึ่งแบบ
ตารางเปรียบเทียบ Sale Page กับเว็บไซต์บริษัท
ใช้ตารางนี้เป็นตัวคัดกรองเบื้องต้น หากคำตอบอยู่คนละฝั่งหลายข้อ อาจต้องใช้สองหน้าแยกบทบาทแทนการบังคับให้หน้าเดียวทำทุกอย่าง
| หัวข้อ | Sale Page | เว็บไซต์บริษัท |
|---|---|---|
| เป้าหมาย | พาไปสู่ CTA หลักหนึ่งอย่าง | อธิบายธุรกิจและรองรับหลายเส้นทาง |
| แหล่งผู้เข้าชม | โฆษณา โพสต์ หรือแคมเปญเฉพาะ | Google การแนะนำ นามบัตร และการค้นชื่อแบรนด์ |
| โครงสร้าง | เรื่องเดียวเรียงต่อกันในหน้าเดียว | หลายส่วนหรือหลายหน้าตามหมวดข้อมูล |
| เนื้อหา | เน้นข้อเสนอ เหตุผลซื้อ และการลดข้อกังวล | เน้นภาพรวมบริษัท บริการ จุดต่าง และความน่าเชื่อถือ |
| CTA | เด่นและทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ | แตกต่างตามหน้าหรือความพร้อมของผู้ชม |
| จุดเริ่มต้น WeyDev | Launch เริ่มต้น ฿1,500 | Business เริ่มต้น ฿5,500 |
เลือก Sale Page เมื่อข้อเสนอและแหล่งผู้เข้าชมชัด
Sale Page เหมาะเมื่อคุณควบคุมบริบทก่อนเข้าหน้าได้ เช่น ผู้ชมเห็นโฆษณาสินค้าหนึ่งรายการ โปรโมชั่นหนึ่งช่วง หรือบริการหนึ่งแพ็กเกจ แล้วต้องการข้อมูลต่อเนื่องเพื่อทัก LINE โทร หรือกรอกฟอร์ม
- มีสินค้า บริการ กิจกรรม หรือข้อเสนอหลักเพียงหนึ่งเรื่อง
- รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมาจากแคมเปญหรือโพสต์ใด
- ต้องการวัดการคลิกหรือการส่งข้อมูลจากหน้านี้โดยตรง
- ข้อมูลบริษัทส่วนอื่นมีอยู่แล้วหรือยังไม่จำเป็นต่อการตัดสินใจครั้งนี้
- ต้องเปิดใช้งานเร็วและควบคุมขอบเขตให้กระชับ
เลือกเว็บไซต์บริษัทเมื่อความน่าเชื่อถือต้องประกอบจากหลายเรื่อง
เว็บไซต์บริษัทเหมาะกับลูกค้าที่ต้องตรวจสอบก่อนติดต่อ โดยเฉพาะบริการ B2B งานมูลค่าสูง หรือธุรกิจที่มีหลายบริการ ผู้เข้าชมควรไปยังข้อมูลที่ตรงกับคำถามของตนได้โดยไม่ต้องอ่านทุกอย่างตามลำดับเดียว
- มีหลายบริการ หลายกลุ่มลูกค้า หรือหลายกรณีใช้งาน
- ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ทีมงาน ขั้นตอน หรือเงื่อนไขประกอบ
- ต้องการหน้ากลางที่ใช้กับ Google นามบัตร Proposal และ Social Profile
- ต้องการเพิ่มเนื้อหาหรือ Service Page ในระยะยาว
- การตัดสินใจต้องอาศัยความน่าเชื่อถือมากกว่าข้อเสนอระยะสั้น
ใช้ทั้งสองแบบร่วมกันเมื่อธุรกิจมีเว็บไซต์หลักและทำแคมเปญ
ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างเดียว เว็บไซต์บริษัทสามารถเป็นฐานความน่าเชื่อถือ ส่วน Sale Page เป็นปลายทางของแต่ละแคมเปญ เช่น เปิดตัวบริการใหม่ รับสมัครสัมมนา หรือโปรโมตสินค้าตามฤดูกาล
สิ่งสำคัญคือไม่คัดลอกเนื้อหาเดียวกันทั้งหน้า ควรให้เว็บไซต์หลักตอบคำถามภาพรวม และให้หน้าแคมเปญขยายข้อเสนอเฉพาะ พร้อมเชื่อมกลับไปยังข้อมูลบริษัทเมื่อผู้ชมต้องการตรวจสอบเพิ่ม
เมื่อใดที่ทั้ง Sale Page และเว็บไซต์บริษัทไม่พอ
หากผู้ใช้ต้องเข้าสู่ระบบ จัดการคำสั่งซื้อ ตรวจสต็อก คำนวณราคา ทำงานตามสิทธิ์ หรือเชื่อมข้อมูลหลายระบบ โจทย์หลักไม่ใช่การนำเสนอเนื้อหาอีกต่อไป แต่เป็น Workflow และความถูกต้องของข้อมูล จึงควรประเมินเป็นระบบ Custom
เว็บไซต์แคตตาล็อกที่ส่งลูกค้าไปคุยใน LINE ยังอาจอยู่ในขอบเขตเว็บไซต์ทั่วไป แต่ตะกร้า ชำระเงิน สมาชิก และหลังบ้านเปลี่ยนทั้งสถาปัตยกรรม การทดสอบ และการดูแลระยะยาว